
ประโยชน์ของท็อปเปอร์และวิธีซื้อ ปี 2023
28 มีนาคม 2566
ผู้ชม 235 ผู้ชม
รับผลิตสั่งทำที่นอน หมอน Topper ที่นอนท็อปเปอร์ ที่นอนเด็ก ที่นอนอนุบาล ผ้านวม
และจำหน่ายอุปกรณ์ชุดเครื่องนอนครบวงจร ราคาถูก พร้อมบริการจัดส่งถึงที่ "เราส่งมอบคุณภาพ เพื่อลูกค้าคุณภาพ
รับผลิตที่นอนปิคนิค
รับผลิตสั่งทำหมอน
โรงงานผ้านวม
รับผลิตท็อปเปอร์
รับผลิตที่นอนเด็กอนุบาล
รับผลิตที่นอนเด็ก
โรงงานผลิตทำหมอน
โรงงานผลิตผ้าปูที่นอน
โรงงานผลิตTopper
เมื่อพูดถึง ห้องนอน นอกจากเครื่องนอนอย่าง เตียง ฟูก หมอน หมอนข้าง และผ้าห่มแล้ว ทุกวันนี้หลายคนยังนิยมใช้ ท็อปเปอร์ เสริมบนที่นอนอีกด้วย เพราะช่วยเสริมการนอนหลับให้มีประสิทธิภาพ ช่วยคลายอาการปวดเมื่อยตามร่างกายได้มากขึ้น อ๊ะ ๆ ๆ ว่าแต่สงสัยกันมั้ยคะว่าความจริงแล้วท็อปเปอร์ที่นอนคืออะไร ทำไมต้องใช้ เลือกซื้อยังไง ยี่ห้อไหนดีบ้าง ถ้างั้นอย่ามัวรอช้า วันนี้กระปุกดอทคอมรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับของใช้ในบ้าน ชนิดนี้มาฝากกันแล้วค่ะ
ท็อปเปอร์คืออะไร
ท็อปเปอร์ (Topper) คือ แผ่นรองที่นอน เป็นอุปกรณ์ที่มีลักษณะการใช้งานตามชื่อ ซึ่งก็วางทับบนที่นอนเพื่อเพิ่มความหนา เพิ่มการรองรับสรีระ และเพิ่มการรองรับแรงกระแทก ปัจจุบันทำมาจากหลายวัสดุ แถมยังมีความหนา ความแน่น และความนุ่มให้เลือกมากมายด้วย
อย่างไรก็ตาม คุณสมบัติก็ต่างจากผ้ารองกันเปื้อน (Mattress Pads) ที่เป็นแผ่นคลุมบาง ๆ เพื่อช่วยควบคุมอุณหภูมิบนที่นอน และป้องกันของเหลว เช่น น้ำ เลือด รวมถึงคราบสกปรก สารก่อภูมิแพ้ และไรฝุ่น แทรกซึมเข้าที่นอนด้วย เพราะทั้งสองอย่างใช้วางทับบนที่นอนเหมือนกัน แถมบริษัทผู้ผลิตบางแห่งก็ยังเรียกชื่อรวมกันด้วย โดยมีจุดสังเกตความแตกต่างอยู่ คือ ผ้ารองกันเปื้อนจะบางกว่าท็อปเปอร์ เนื่องจากจุดประสงค์หลักคือใช้ป้องกันคราบสกปรก แม้จะเพิ่มคุณสมบัติด้านการรองรับขึ้นมา แต่ก็ไม่หนาและนอนสบายเท่าแผ่นรองที่นอนอยู่ดี ทั้งนี้ เราสามารถใช้แผ่นรองที่นอนและผ้ารองกันเปื้อนควบคู่กันไปได้ โดยจะช่วยเพิ่มทั้งประสิทธิภาพการนอนและการปกป้องที่นอนเลยทีเดียว
ประโยชน์ของท็อปเปอร์
ประโยชน์ของท็อปเปอร์ หรือแผ่นรองที่นอน คือ ช่วยเพิ่มความหนานุ่มและยืดหยุ่นมากกว่าการใช้ที่นอนเพียงอย่างเดียว ช่วยให้รู้สึกสบายในการพักผ่อนและเสริมการรองรับสรีระร่างกายได้มากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น ท็อปเปอร์ยังโดดเด่นเรื่องการรองรับแรงกระแทก แต่ทั้งนี้ท็อปเปอร์ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาที่นอนยุบ เพราะความจริงแล้วแค่ช่วยถนอมและยืดอายุการใช้งานเท่านั้น
นอกเหนือจากนี้ ท็อปเปอร์ก็ยังช่วยเสริมในกรณีที่ที่นอนใหม่แข็งหรือนุ่มเกินไปอีกต่างหาก โดยจะทำหน้าที่เป็นเบาะช่วยปรับให้เหมาะสมกับความต้องการ และท็อปเปอร์ที่ทำจากเมมโมรี่โฟมหรือลาเท็กซ์ยังมีดีตรงที่ช่วยลดอาการปวดข้ออักเสบหรืออาการบาดเจ็บเกี่ยวกับโครงกระดูกได้ด้วย
วิธีเลือกซื้อท็อปเปอร์
สิ่งที่ต้องพิจารณาก่อนเลือกซื้อท็อปเปอร์มาช่วยเสริมการนอน มีดังนี้
1. ราคา : ถือเป็นปัจจัยหลักที่ต้องพิจารณา อย่าคิดว่าแพงจะดี อย่าคิดว่าถูกจะคุ้ม ให้เลือกราคาที่อยู่ในเกณฑ์ที่จ่ายไหวและเหมาะสมกับคุณภาพเป็นหลัก
2. การรองรับสรีระ : ควรเช็กว่ามีการรองรับสรีระหรือลดอาการปวดหลังไหม ซึ่งส่วนใหญ่ท็อปเปอร์ทำจากเมมโมรี่โฟมและยางพาราจะมีความโดดเด่นเรื่องนี้มากที่สุด
3. ความนุ่มสบาย : แต่ละคนมีความชอบต่างกัน ซึ่งทุกวันนี้ก็มีความนุ่มและความสบายของท็อปเปอร์ให้เลือกหลากหลาย โดยถ้าใครชอบวัสดุที่นุ่มตามธรรมชาติ จะเหมาะกับท็อปเปอร์ขนเป็ด ขนห่าน หรือใยฝ้าย ถ้าใครชอบวัสดุที่รองรับกับสรีระได้ดี ให้เลือกท็อปเปอร์ที่ผลิตจากเมมโมรี่โฟมหรือยางพารา
4. ความหนาและความแน่น : ปกติแล้วท็อปเปอร์จะหนาประมาณ 2-8 นิ้ว ฉะนั้นใครชอบหนามาก หนาน้อย ก็สามารถเลือกตามสะดวก โดยจะมีความแตกต่างกัน คือ
- ความหนา 1-2 นิ้ว : เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความนุ่มสบายและรองรับสรีระเล็กน้อย
- ความหนา 3 นิ้ว : เป็นตัวเลือกพื้นฐานและยอดนิยม ให้ความนุ่มนวลปานกลางและรองรับสรีระค่อนข้างดี
- ความหนา 4 นิ้ว : เน้นการรองรับสรีระร่างกายมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ถ้าหากใครมีน้ำหนักค่อนข้างมาก นอนตะแคงเป็นประจำ หรืออยากยืดอายุการใช้งานที่นอนให้นานขึ้น ขอแนะนำให้เลือกความหนาเยอะไว้จะดีที่สุด นอกเหนือจากนี้อย่าลืมเช็กความแน่นด้วย เพราะมีส่วนช่วยในการรองรับสรีระเหมือนกัน โดยส่วนใหญ่ความแน่นจะอยู่ระหว่าง 2-6+ ปอนด์ต่อลูกบาศก์ฟุต ยิ่งหนามากก็ยิ่งแพงมาก แต่ก็ใช้งานได้ยาวนานและรองรับร่างกายได้ดี ตัวอย่างเช่น
- ความแน่น 3 ปอนด์ต่อลูกบาศก์ฟุต : ให้ความนุ่มสบาย น้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายง่าย แต่รองรับน้อย ยุบค่อนข้างเร็ว
- ความแน่น 4-5 ปอนด์ต่อลูกบาศก์ฟุต : เป็นตัวเลือกที่พื้นฐาน โดดเด่นทั้งความนุ่มสบายและการรองรับร่างกาย
- ความแน่น 6 ปอนด์ต่อลูกบาศก์ฟุต : เข้ากับรูปร่างดี รองรับร่างกายเยี่ยม เหมาะสำหรับคนที่ต้องการฟื้นฟูสุขภาพร่างกาย
5. เสียงรบกวน : ท็อปเปอร์หลายรุ่นสามารถลดเสียงรบกวนเวลาคนที่นอนข้าง ๆ ขยับตัวได้
6. การเก็บความร้อน : เพราะท็อปเปอร์มีทั้งความหนาและแน่น จึงส่งผลต่ออุณหภูมิของที่นอนด้วย โดยท็อปเปอร์ที่ทำจากเมมโมรี่โฟมและยางพาราจะกักเก็บความร้อนสูง จึงไม่ค่อยเหมาะกับเมืองร้อนสักเท่าไร ในขณะที่ท็อปเปอร์ที่ทำจากขนสัตว์ ขนเป็ด ขนห่าน จะเพิ่มความอุ่นในฤดูหนาว และลดความร้อนในฤดูร้อน จึงถือเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า
7. อาการแพ้ : วัสดุที่ใช้ทำท็อปเปอร์มีทั้งชนิดที่เหมาะกับผู้เป็นภูมิแพ้และไม่เหมาะกับผู้เป็นภูมิแพ้ ดังนั้นควรสอบถามให้รอบคอบก่อนเลือกซื้อ
8. การเคลื่อนย้ายและการทำความสะอาด : เราต้องยกทำความสะอาดท็อเปอร์เป็นประจำ ดังนั้นน้ำหนักจึงเป็นอีกสิ่งที่ต้องคำนึงถึง เพราะถ้าหนักมากก็จะเคลื่อนย้ายยาก ถ้าหนักน้อยก็จะเคลื่อนย้ายง่าย นอกจากนี้ใครที่เคยสงสัยว่า ที่นอนท็อปเปอร์ซักได้ไหม ซักยังไง คำตอบก็คือ ซักได้ โดยส่วนใหญ่ให้ซักด้วยมือ มีแค่ส่วนน้อยเท่านั้นที่ซักเครื่องได้ ส่วนประเด็นซักบ่อยแค่ไหน ให้ขึ้นอยู่กับคราบสกปรก เวลาว่าง และความสะอาดส่วนบุคคลได้เลย
9. การรับประกันและบริการหลังการขาย : เช็กว่าเมื่อซื้อไปแล้วดูแลเรื่องอะไรบ้าง ระยะเวลาครอบคลุมเท่าไหร่ โดยส่วนใหญ่ท็อปเปอร์จะมีประกันประมาณ 2 ปี ไม่ก็ตั้งแต่ 1-10 ปี