สวัสดี

ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

ผู้เขียน หัวข้อ: แนวข้อสอบด้านการบริหารงานการจัดการทั่วไป (กปน)  (อ่าน 227 ครั้ง)

admin
  • Administrator
  • Full Member
  • *****
  • กระทู้: 110
    • ดูรายละเอียด
แนวข้อสอบด้านการบริหารงานการจัดการทั่วไป

1. ความรู้ทั่วไปทางสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และเหตุการณ์ปัจจุบัน
1.    ความต้องการหรือความจำเป็นข้อใดไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้มนุษย์ต้องอยู่ร่วมกันเป็นสังคม
ก. พึ่งตนเองได้ตามสัญชาตญาณของสัตว์โลก
ข. ได้รับการตอบสนองด้านสังคมจิตวิทยา
ค. ถ่ายทอดวัฒนธรรมให้ชนรุ่นหลัง
ง. ได้รับการช่วยเหลือพึ่งพาซึ่งกันและกัน
ตอบ  ก.   สาเหตุที่ทำให้มนุษย์ต้องอยู่ร่วมกันเป็นสังคม มี  4  ประการ คือ
      1)   ความจำเป็นต้องใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันและพึ่งพาอาศัยกัน
      2)   ความจำเป็นต้องแบ่งงานกันทำตามความถนัด
                3)   ความจำเป็นต้องได้รับการตอบสนองความต้องการทางชีวภาพและความต้องการทางด้านสังคมจิตวิทยา
                4)   ความจำเป็นในการถ่ายทอดวัฒนธรรมให้แก่คนรุ่นหลัง

2.องค์ประกอบของ “สังคม” ข้อใดเป็นกลไกด้านคุณภาพ ทำให้ผู้คนอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข
   ก.   มีพื้นที่อาณาเขตแน่นอน            ข.   มีการจัดระเบียบทางสังคม
   ค.   มีประชากรหรือสมาชิกของสังคม    ง.    มีความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในสังคม
   ตอบ  ข.   การจัดระเบียบทางสังคม สังคมจะต้องมีการวางระเบียบกฎเกณฑ์ เพื่อให้สมาชิกอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขและเป็นระเบียบเรียบร้อย สิ่งที่ช่วยจัดระเบียบ
        สังคม คือ บรรทัดฐานทางสังคม (Social Norms)  ได้แก่กฎหมายบ้านเมือง และจารีตประเพณีต่างๆ เป็นต้น


3. ข้อใดอธิบาย ผิด ความจริงเกี่ยวกับโครงสร้างทางสังคม
ก.สมาชิกในสังคมมีเป้าหมายร่วมกัน           ข.   มีส่วนประกอบคงที่ไม่เปลี่ยนแปลง
ค.มีระเบียบกฎเกณฑ์เป็นแนวทางปฏิบัติ   ง.    มีการรวมกลุ่มของคนในสังคม
ตอบ  ข.  โครงสร้างทางสังคมจะต้องมีส่วนประกอบเปลี่ยนแปลงไปตามความเหมาะสม

ฝึกทำข้อสอบออนไลน์ ที่ http://knjt.co.th

4.“รูปแบบพฤติกรรมของสมาชิกในสังคม เพื่อสนองความต้องการในด้านต่างๆ ของสมาชิก เช่น ความต้องการในด้านการศึกษา เศรษฐกิจ นันทนาการ ฯลฯ”  คำอธิบายนี้หมายถึงข้อใด
ก.   สถาบันสังคม                                   ข.   บรรทัดฐานทางสังคม
ค.   การขัดเกลาทางสังคม                   ง.    สถานภาพทางสังคม
ตอบ  ก.   สถาบัน
ทางสังคม (Social Institution)   หมายถึง รูปแบบพฤติกรรมของสมาชิกในสังคม เพื่อสนองความต้องการในด้านต่างๆ ร่วมกันตัวอย่างเช่น สถาบันครอบครัวมีแบบแผนในการปฏิบัติที่สังคมยอมรับ คือ บิดา มารดา ต้องเลี้ยงดูและอบรมสั่งสอนบุตรของตนด้วยความรัก เป็นต้น

5.สิ่งที่เรียกว่า “กลุ่มสังคม” สมาชิกในกลุ่มจะต้องมีลักษณะสำคัญ 3 ประการดังนี้ ยกเว้น ข้อใด
ก.   มีความสัมพันธ์ระหว่างกัน   
ข.   มีกฎข้อบังคับและบทลงโทษเคร่งครัด
ค.   มีวัตถุประสงค์ร่วมกัน
ง.    มีตำแหน่ง หน้าที่ และบทบาทแตกต่างกัน
ตอบ  ข.   ลักษณะที่สำคัญของกลุ่มสังคม มีดังนี้
1)   สมาชิกในกลุ่มมีความสัมพันธ์ระหว่างกัน หรือมีการกระทำระหว่างกันทางสังคม (Social Interaction)  หมายถึง สมาชิกมีการปฏิบัติต่อกัน เช่น พูดคุยกัน ทำงานร่วมกัน ฯลฯ
2)   สมาชิกในกลุ่มมีตำแหน่งหน้าที่ และบทบาทแตกต่างกัน โดยมีแบบแผนพฤติกรรมของกลุ่มที่เรียกว่า วัฒนธรรมย่อย
3)   สมาชิกในกลุ่มมีความรู้สึกเป็นพวกเดียวกัน มีความรักความผูกพันซึ่งกันและกัน
4)   สมาชิกในกลุ่มมีวัตถุประสงค์ร่วมกัน โดยกลุ่มสังคมนั้นจะต้องตอบสนองความต้องการของสมาชิกในกลุ่มได้ เช่น ชมรมผู้ปฏิบัติธรรมของวัดสวนแก้ว สมาชิกมีจุดมุ่งหมายเพื่อแสวงหาความสุขสงบในชีวิตตามแนวทางพระพุทธศาสนา ชมรมแห่งนี้จะต้องตอบสนองความต้องการของสมาชิกได้

6. ข้อใด เป็นตัวอย่างของ  “กลุ่มสังคม”
ก. ฝูงชนที่มุงดูขบวนแห่นางสงกรานต์   
ข. กลุ่มนักเรียนที่ยืนรอรถเมล์ข้างถนน
ค. ลูกจ้างพนักงานในสำนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง    
ง. กลุ่มวัยรุ่นเข้ามาชมการแสดงดนตรี
ตอบ  ค.   กลุ่มสังคม  (Social Group)  หมายถึง กลุ่มบุคคลที่สมาชิกในกลุ่มมีการติดต่อสัมพันธ์กันอย่างมีระเบียบแบบแผน เป็นที่ยอมรับซึ่งกันและกัน มีความรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน มีสัญลักษณ์ และมี ความสนใจคล้ายๆ กัน จึงทำให้กลุ่มมีลักษณะแตกต่างกับกลุ่มอื่นๆ
ตัวอย่างกลุ่มสังคม เช่น ข้าราชการในกระทรวงแห่งหนึ่ง สมาชิกสมาคมนิสิตเก่าของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง สมาชิกมูลนิธิบำเพ็ญกุศลแห่งหนึ่ง หรือสมาชิกพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง เป็นต้น


ฝึกทำข้อสอบออนไลน์ ที่ http://knjt.co.th

7.ข้อใดถ้า ไม่มี ความหมายของ “สถาบันสังคม” ก็ยังคงดำรงอยู่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
ก. บรรทัดฐานทางสังคม   
ข. การยอมรับร่วมกันของสมาชิกในสังคม
ค. สนองความต้องการต่างๆ ของสมาชิก   
ง. ความเชื่อและค่านิยมเป็นแบบแผนเดียวกัน
ตอบ  ง.   สถาบันทางสังคม (Social Institution)   มีองค์ประกอบสำคัญ 4 ประการ คือ
1)   กลุ่มสังคม สถาบันสังคมจะต้องมีกลุ่มสังคมต่างๆ ตัวอย่างเช่น สถาบันเศรษฐกิจจะต้องมีกลุ่มสังคมของผู้ผลิต ผู้ค้าปลีก และผู้ประกอบกิจการธนาคาร เป็นต้น
2)   หน้าที่ สถาบันสังคมจะต้องมีหน้าที่หรือจุดมุ่งหมายในการสนองความต้องการของสังคมด้านต่างๆ ตัวอย่างเช่น สถาบันศาสนา ทำหน้าที่เป็นที่พึ่งทางจิตใจของสมาชิก
3)   แบบแผนพฤติกรรมที่สมาชิกจะต้องปฏิบัติต่อกัน หมายถึง บรรทัดฐานทางสังคม ได้แก่ วิถีประชา จารีต และกฎหมาย ซึ่งสถาบันสังคมแต่ละแห่งย่อมมีบรรทัดฐานทางสังคมที่แตกต่างกัน
4)   สัญลักษณ์และค่านิยม เป็นสิ่งที่ทำให้สมาชิกเกิดความรัก ความศรัทธาต่อสถาบันสังคมแห่งนั้น

9.ลักษณะโครงสร้างทางสังคมข้อใด ถ้าสังคมใด ไม่มี สังคมนั้นจะหยุดนิ่งไม่อาจพัฒนาให้ก้าวหน้าได้
ก. กลุ่มคนที่ติดต่อสัมพันธ์กัน   
ข. กฎเกณฑ์หรือแบบแผนในการปฏิบัติ
ค. วัตถุประสงค์ในการติดต่อสัมพันธ์กัน   
ง. การเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม
ตอบ  ง.   ลักษณะโครงสร้างทางสังคม ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม เช่น จำนวนประชากรในสังคมที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายต่างๆให้เหมาะสม เป็นต้น จะทำให้สังคมไม่อาจพัฒนาให้ก้าวหน้าได้

ฝึกทำข้อสอบออนไลน์ ที่ http://knjt.co.th

10. “โครงสร้างทางสังคม”  มีความหมายตรงกับข้อใดมากที่สุด
ก. ระเบียบกฎเกณฑ์ที่สมาชิกในสังคมต้องปฏิบัติ   
ข. ความสัมพันธ์ระหว่างสถานภาพ บทบาท กับสถาบันสังคม
ค. ความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มคนในสังคม ซึ่งเชื่อมโยงด้วยบรรทัดฐานทางสังคม
ง. สิ่งที่มารวมกันเป็นสังคมมนุษย์ ซึ่งประกอบด้วยรัฐบาล ประชาชน และวัฒนธรรม
ตอบ  ค.   โครงสร้างทางสังคม (Social Structure)  หมายถึง ความสัมพันธ์ของกลุ่มคนที่มาอยู่ร่วมกันเป็นสังคม โดยมี “บรรทัดฐานทางสังคม”  เป็นที่เชื่อมโยงผูกพันระหว่างกัน

11.จุดมุ่งหมายของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสำหรับรัฐบาลมุ่งเน้นข้อใด
ก. พัฒนาเศรษฐกิจภาคเกษตรกรรมเป็นหลัก   
ข. ผลิตเพื่อบริโภคภายในประเทศ ลดปริมาณการส่งออก
ค. การพัฒนาและบริหารประเทศให้ดำเนินไปในทางสายกลาง
ง. พึ่งตนเองให้มาก โดยอาศัยเทคโนโลยีและภูมิปัญญาไทย
ตอบ  ค.   การนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน มีแนวทางปฏิบัติ ดังนี้
1)   การประหยัด ใช้จ่ายกินอยู่พอประมาณ ไม่ฟุ้งเฟ้อ และหมั่นเก็บออม
2)   ประกอบอาชีพสุจริต ไม่คดโกง ไม่ยกย่องผู้มีอำนาจที่ร่ำรวยจากอาชีพทุจริต
3)   การไม่แก่งแย่งผลประโยชน์ แข่งขัน หรือเบียดเบียนผู้อื่น
4)   หารายได้เพิ่มพูน ใช้เวลาว่างแสวงหารายได้เสริม เพื่อความมั่นคงของครอบครัว
5)   ละเว้นไม่กระทำความชั่ว หลีกเลี่ยงอบายมุขทั้งปวง

12.การนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปปฏิบัติให้เกิดผลสำเร็จ ผู้ปฏิบัติจะต้องมีจิตสำนึกข้อใดก่อนเป็นอันดับแรก
ก.การพึ่งพาตนเองเป็นหลัก   
ข.ความรอบรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก
ค. ความเอื้ออาทรต่อผู้อื่น   
ง.  การร่วมมือกับหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง
ตอบ  ก.   การนำเศรษฐกิจพอเพียงไปปฏิบัติให้เกิดผลสำเร็จ ผู้ปฏิบัติจะต้องมีจิตสำนึกในการพึ่งพาตนเองเป็นอันดับแรก

ฝึกทำข้อสอบออนไลน์ ที่ http://knjt.co.th

13. การพัฒนาและบริหารประเทศของรัฐบาลให้ดำเนินไปในทางสายกลาง ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงหมายความว่าอย่างไร
ก.ไม่พึ่งต่างประเทศ   
ข. ค่อยเป็นค่อยไป ตามฐานะของประเทศ
ค. ความไม่ประมาทและพึ่งตนเองให้มากขึ้น    
ง.  รู้จักประมาณตนและมีเหตุผล
ตอบ  ค.   การบริหารและการพัฒนาประเทศของรัฐบาล ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสรุปได้
5  ประการ ดังนี้
1)   ทางสายกลาง คือ ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท พึ่งตนเองให้มากขึ้น
2)   ความสมดุลและความยั่งยืน คือ เน้นพัฒนาในลักษณะองค์รวม มีความพอดี มีความหลากหลายและกลมกลืน และเกิดผลยั่งยืน
3)   ความพอประมาณอย่างมีเหตุผล คือ ไม่โลภ ไม่ฟุ้งเฟ้อ รู้จักพอ และมีเหตุผล
4)   ภูมิคุ้มกันและรู้เท่าทันโลก คือ รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก สามารถป้องกันหรือลดผลกระทบที่เกิดขึ้นได้
5)   เสริมสร้างคุณภาพคน คือ มีจิตสำนึกในคุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริต มีไมตรีจิตเอื้ออาทรต่อกัน
ดำเนินชีวิตด้วยความอดทน มีวินัย มีความพากเพียร พัฒนาความรู้และปัญญาอย่างต่อเนื่อง

14. ความเป็นมาของเศรษฐกิจพอเพียง เกิดจากเหตุการณ์สำคัญข้อใด
ก. วิกฤตเศรษฐกิจไทย พ.ศ. 2540   
ข. การประกาศใช้รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540
ค. พระราชดำรัสในวันเฉลิมพระชนมพรรษา พ.ศ. 2540
ง.  การกู้เงินจากกองทุน  IMF พ.ศ. 2541
ตอบ  ก.   “ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง”  เกิดจากแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ได้พระราชทานแก่ชาวไทย เพื่อให้เป็นแนวทางแก้ไขปัญหาวิกฤติทางเศรษฐกิจในปี พ.ศ. 2540

15. การเสริมสร้างคุณภาพคน ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หมายถึง ต้องสร้างให้เกิดคุณธรรมดังต่อไปนี้  แต่ยกเว้นข้อใด
ก.ความซื่อสัตย์สุจริต   
ข.พัฒนาปัญญาและความรู้อย่างต่อเนื่อง
ค อดทน มีความเพียร   
ง. เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ตามกระแสวัตถุนิยม
ตอบ  ง.   เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ตามกระแสวัตถุนิยม ไม่ถือเป็นการเสริมสร้างคุณภาพคน ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ฝึกทำข้อสอบออนไลน์ ที่ http://knjt.co.th

16.การนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน สำหรับนักศึกษาควรปฏิบัติข้อใดก่อน  จึงจะสอดคล้องกับปรัชญาข้อนี้
ก.การประกอบสัมมาอาชีวะ   
ข.การไม่แก่งแย่งผลประโยชน์กับผู้อื่น
ค.การละเว้นไม่กระทำความชั่วทั้งปวง   
ง. การประหยัดและหารายได้ระหว่างศึกษา
ตอบ  ง.   ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นหลักปรัชญาในการดำเนินชีวิตและการปฏิบัติตนในแนวทางสายกลาง การประหยัดและหารายได้ระหว่างที่ศึกษาอยู่นั้น ถือเป็นการประยุกต์ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในแนวทางที่ถูกต้อง

17. ขั้นตอนของ “ทฤษฎีใหม่” ตามแนวพระราชดำริ ในขั้นที่สองหรือขั้นก้าวหน้า เกษตรกรจะรวมกลุ่มเพื่อดำเนินการอย่างไร
ก.ขยายการผลิต การตลาด และพัฒนาความเป็นอยู่ให้ดียิ่งขึ้น   
ข. ส่งผลผลิตเข้าสู่ตลาดโดยตรงไม่พึ่งพาพ่อค้าคนกลาง
ค. หาแหล่งเงินกู้จากภายนอกมาสนับสนุนกิจการ
ง. จดทะเบียนเป็นสหกรณ์การเกษตร
ตอบ  ก.   หลักการของทฤษฎีใหม่ขั้นที่สอง หรือขั้นก้าวหน้าในขั้นนี้ เกษตรกรจะพัฒนาไปสู่ขั้นพอกินพอใช้ ให้มีผลสมบูรณ์ยิ่งขึ้น มีรายได้จากการผลิตเพิ่มมากขึ้น โดยร่วมมือกันจัดตั้งเป็นกลุ่มชมรมหรือสหกรณ์ ดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจร่วมกันในด้านต่างๆ ดังนี้
1)   ด้านการตลาด โดยร่วมมือสร้างอำนาจต่อรองในการจำหน่ายผลผลิตให้ได้ราคาดี
2)   ด้านการผลิต อาศัยแรงงานเพื่อนบ้านในรูปแบบ “ลงแขก” เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย
3)   ด้านชีวิตความเป็นอยู่ สวัสดิการ และสังคม มีการจัดตั้งกองทุนไว้ให้สมาชิกกู้เงินในยามฉุกเฉิน และ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ยามเจ็บไข้ได้ป่วย หรือเกิดอุบัติเหตุต่างๆ

18.พระราชดำรัสเกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่ว่า  “ความเป็นอยู่ต้องไม่ฟุ้งเฟ้อ ต้องประหยัดไปในทางที่ถูกต้อง” หมายถึงข้อใด
ก.กินดีอยู่ดีตามมาตรฐานคุณภาพชีวิต   
ข.ใช้จ่ายเพื่อแสวงหาความสุขตามฐานะ
ค.กินอยู่พอประมาณ ไม่บริโภคสิ่งนอกเหนือปัจจัยสี่
ง. กินอยู่อย่างง่ายๆ ตามสมควรแก่อัตภาพ
ตอบ  ง.   พระราชดำรัสเกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่ว่า “ความเป็นอยู่ต้องไม่ฟุ้งเฟ้อ ต้องประหยัดไปในทางที่ถูกต้อง” หมายถึง กินอยู่อย่างง่ายๆ ตามสมควรแก่อัตภาพ

ฝึกทำข้อสอบออนไลน์ ที่ http://knjt.co.th

19.“ทฤษฎีใหม่”  ตามแนวพระราชดำรัสที่ได้ทรงทดลองในที่ดินส่วนพระองค์ ณ วัดมงคลชัยพัฒนา อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี เน้นการพัฒนาเกษตรกรในด้านใด
ก. การแปรรูปผลผลิตเพื่อเพิ่มมูลค่าของสินค้า
ข. การใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ค. การเกษตรแบบผสมผสานโดยไม่พึ่งพาเทคโนโลยี
ง. การจัดสรรที่ดินในระบบสหกรณ์นิคม
ตอบ  ข.   แนวพระราชดำริ “ทฤษฎีใหม่”  โปรดเกล้าฯ ให้ทดลองในที่ดินส่วนพระองค์ ณ วัดมงคลชัยพัฒนา อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี จำนวน 15 ไร่ (ตามเกณฑ์เฉลี่ยเกษตรกรไทยถือครองที่ดินประมาณครอบครัวละ 15 ไร่) โดยแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วน  30 : 30 :  30  : 10  ดังนี้
1)   ส่วนที่หนึ่ง ขุดสระน้ำไว้ใช้สอยและเลี้ยงสัตว์น้ำ ร้อยละ 30 ของพื้นที่ทั้งหมด
2)   ส่วนที่สองใช้เพาะปลูกพืชผลทางการเกษตร ร้อยละ 60 ของพื้นที่ทั้งหมด โดยแบ่งเป็นนาข้าว ร้อยละ 30 และปลูกไม้ยืนต้น พืชไร่ พืชสวน ร้อยละ 30
3)   ส่วนที่สาม ใช้ปลูกบ้าน โรงนาเก็บอุปกรณ์การเกษตร ถนน คูคลอง ปลูกพืชสวนครัว และเลี้ยงสัตว์ หมู เป็ด ไก่ ร้อยละ 10 ของพื้นที่ทั้งหมด

20. การแบ่งที่ดิน 15 ไร่ เป็นสัดส่วน  30 : 30 :  30  : 10  ตาม “ทฤษฎีใหม่” ร้อยละ 10 หมายถึงที่อยู่อาศัย ส่วนร้อยละ 30 อีก 3 กลุ่ม หมายถึงพื้นที่ดังต่อไปนี้ แต่ข้อใดไม่ถูกต้อง
ก.สัตว์น้ำใช้เพาะปลูกในฤดูแล้งและเลี้ยงปลา   
ข.ทำนาข้าวในฤดูฝน
ค.ปลูกไม้ยืนต้น พืชไร่ พืชสวน    
ง. เลี้ยงสุกรและสัตว์ปลีก
ตอบ  ง.   เลี้ยงสุกรและสัตว์ปีก มิใช่การแบ่งที่ดินเป็นสัดส่วน 30 : 30 :  30  : 10  ตาม “ทฤษฎีใหม่


ชีทสรุปข้อสอบ คู่มือสอบเข้าทุกหน่วยงานราชการ ข่าวงานราชการ
รวบรวมแนวข้อสอบจากสนามจริง ครบทุกเรื่องที่ใช้ออกข้อสอบ อัพเดต ตลอด ข้อสอบพร้อมเฉลย เก็งข้อสอบแม่นๆ
  > แนวข้อสอบ พร้อมเฉลย + เนื้อหาสรุปเรียบร้อย ประหยัดเวลาในการอ่าน

สนใจสั่งซื้อที่  สอบงานราชการ

Line  : testthai1

สั่งซื้อหนังสือช่องทางด่วนกดที่นี่




>>📌แนวข้อสอบมี 2 แบบ📌<<  ดูรายชื่อหนังสือเพิ่มเติมที่ สอบงานราชการ

1.สั่งซื้อแบบ 🗂ไฟล์ PDF 379.-(ส่งทางอีเมล์) 📧ได้รับภายใน /2-3 ชั่วโมง

2.สั่งซื้อแบบ 📖หนังสือ (แถมฟรี MP3 จำนวน 1 เรื่อง)  699.- (📮ส่งฟรีไปรษณีย์ EMS)ได้รับภายใน 1-3 วัน





ฝึกทำข้อสอบออนไลน์ ที่ http://knjt.co.th