สวัสดี

ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

ผู้เขียน หัวข้อ: แนวข้อสอบการตลาดเศรษฐศาสตร์ และการบริหารเบื้องต้น เจ้าหน้าที่สินเชื่อ ธกส  (อ่าน 53 ครั้ง)

admin
  • Administrator
  • Jr. Member
  • *****
  • กระทู้: 81
    • ดูรายละเอียด
แนวข้อสอบการตลาดเศรษฐศาสตร์ และการบริหารเบื้องต้น
แนวข้อสอบการตลาด

1. ประเทศลักษณะใดต่อไปนี้ที่เหมาะกับการทำตลาดระหว่างประเทศมากที่สุด
ก. มีพื้นที่ประเทศมาก         ข.  มีภูมิอากาศใกล้เคียงกับประเทศไทย
ค. มีประชากรเป็นจำนวนมาก   ง. มีรายได้ต่อหัวประชากรสูง
ตอบข้อ  ง. การที่กิจการจะต้องตัดสินใจว่าจะเข้าตลาดต่างประเทศแห่งใดนั้น จะต้องคำนึงถึงตัวแปรของตลาดต่างประเทศ ดังนี้
   1. ขนาดของตลาด นั่นคือ ตลาดนั้นจะต้องมีผู้บริโภคที่มีความคล้ายคลึงกันเป็นจำนวนมากเพียงพอที่นักการตลาดจะสามารถใช้กลยุทธ์ทางการตลาดของตนแล้วได้ผลคุ้มค่าหรือมีขนาดใหญ่พอที่จะให้ผลกำไรแก่กิจการได้
   2. ความเจริญเติบโตของตลาด      3. ต้นทุนการดำเนินธุรกิจ
   4. การเปรียบเทียบทางด้านการแข่งขัน   5. ระดับของความเสี่ยงภัย

2. ปัญหาสำคัญของผู้ที่ค้าขายสินค้าเกษตรได้แก่ข้อใด
ก. การคัดเลือกคุณภาพสินค้าเกษตร      ข.  คนกลางในตลาดน้อย
ค. การส่งเสริมสินค้าเกษตรทำได้ยาก      ง. ราคาสินค้าเกษตรไม่แน่นอน
ตอบข้อ  ง. ปัญหาสำคัญของผู้ที่ค้าขายสินค้าการเกษตรก็คือ การที่ราคาสินค้าการเกษตรไม่แน่นอนเปลี่ยนแปลงได้ง่าย ซึ่งส่งผลให้ผู้แปรรูปหรือคนกลางอาจได้กำไรหรือขาดทุนได้โดยไม่สามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้า ดังนั้น ผู้แปรรูป คนกลาง และเกษตรกรต้องอาศัยหลักประกันด้วยการซื้อขายสินค้าเกษตรได้ล่วงหน้า นั่นคือ ถ้าราคาสินค้าเปลี่ยนแปลงสูงหรือต่ำจากเดิม ก็จะไม่ทำความเสียหายให้แกบุคคลดังกล่าว

3. ความเสี่ยงภัยในสินค้าเกษตรที่เก็บเกี่ยวมาแล้วได้แก่ข้อใด
ก. การกำหนดมาตรฐานสินค้า      ข.  การขนส่ง
ค. การเก็บรักษา               ง. ความเน่าเสียหาย
ตอบข้อ  ง. สินค้าเกษตรที่เก็บเกี่ยวมาแล้วจะเกิดความเสี่ยงในเรื่องของการเน่าเปื่อยเสียหายได้ง่ายทำให้เกษตรกรไม่สามารถเก็บสินค้าเกษตรเอาไว้ได้นาน และจะต้องรีบจัดจำหน่ายภายหลังการเก็บเกี่ยวหรือต้องอาศัยสถานที่เก็บสินค้าในลักษณะที่เหมาะสม

ฝึกทำข้อสอบออนไลน์ ที่ http://knjt.co.th

4. ลักษณะสำคัญของสินค้าเกษตรที่มีผลต่อการขนส่งได้แก่ข้อใด
ก. รูปร่างของสินค้า            ข.  มีปริมาณมาก
ค. มีน้ำหนักต่อหน่วยสูง         ง. มีน้ำหนักเบา
ตอบข้อ  ก. ลักษณะของสินค้าเกษตรมี ดังนี้
   1. เป็นการผลิตขนาดย่อม
   2. แหล่งผลิตกระจายกันอยู่ทั่วไป
   3. ผลิตได้ตามฤดูกาล
   4. ปริมาณและคุณภาพของผลผลิตจะแตกต่างกันตามฤดูกาลและสภาพของดินฟ้าอากาศ
   5. เน่าเปื่อยเสียหายได้
   6. มีน้ำหนักและรูปร่างของสินค้ามีลักษณะกินเนื้อที่ ซึ่งจะส่งผลให้กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการขนส่ง การเคลื่อนย้าย การรวบรวม และการเก็บรักษาต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง

5. ข้อใด ไม่ใช้ ลักษณะสำคัญของสินค้าเกษตร
ก. เน่าเปื่อยเสียหายง่าย         ข.  ปริมาณและคุณภาพต่างกันตามฤดูกาล
ค. มีน้ำหนัก               ง. ความเสี่ยงต่ำ
ตอบข้อ  ง.  ดูคำอธิบายข้อ 379. ประกอบ

6. การตลาด หมายถึงข้อใด
ก.  การผลิตสินค้าให้มีคุณภาพ         ข.  การผลิตสินค้าได้ปริมาณมาก
ค. การผลิตสินค้าให้ตรงกับความต้องการ   ง. การผลิตสินค้าให้มีต้นทุนต่ำ
ตอบข้อ  ค.  การตลาด หมายถึง  การเคลื่อนย้ายสินค้าและหรือบริการจากผู้ผลิตไปยังผู้บริโภคคนสุดท้าย โดยผ่านคนกลางหรือไม่ก็ได้ เพื่อมุ่งตอบสนองความพอใจและความต้องการของลูกค้าหรือผู้บริโภคคนสุดท้าย โดยอาศัยกิจกรรมต่างๆทางการตลาด

7. การแลกเปลี่ยนเป็นหน้าที่ของการตลาดที่เกี่ยวข้องกับข้อใด
ก.  การแลกเปลี่ยนแผนงานระหว่างกัน         
ข.  การแลกเปลี่ยนระหว่างมูลค่าของสินค้ากับความพอใจของลุกค้า
ค. การแลกเปลี่ยนอัตราการเงินระหว่างประเทศ
ง. การแลกเปลี่ยนเงินทอนในการซื้อขาย
ตอบข้อ  ข.   หน้าที่ในการการแลกเปลี่ยนทางการตลาด จะเกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย โดยผู้ซื้อจะต้องการสินค้าเพื่อตอบสนองความพอใจของตน ส่วนผู้ขายก็ต้องการที่จะได้รับมูลค่าของสินค้า

8. ข้อใดเป็นแนวความคิดของผลิตภัณฑ์
ก. การมุ่งตอบสนองความพึงพอใจของลูกค้า   
ข.  การวางแผนผลิตภัณฑ์
ค.  การแตกชนิดผลิตภัณฑ์ให้หลากหลาย
ง. การผลิตผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพ
ตอบข้อ  ง.  แนวความคิดผลิตภัณฑ์ จะมุ่งเน้นการบริหารโดยสมมุติว่าผู้บริโภคพอใจในผลิตภัณฑ์ซึ่งมีคุณภาพเหมาะสมกับราคา ดังนั้น ภารกิจของธุรกิจก็คือ การปรับปรุงคุณภาพของผลิตภัณฑ์เพื่อประโยชน์ในการแข่งขันและรักษาลูกค้า

9. การวิจัยตลาดมีประโยชน์อย่างไร
ก. ช่วยให้นักการตลาดมีหน้าที่ครบถ้วน         
ข. ช่วยลดต้นทุนทางการตลาด
ค. ช่วยป้อนข้อมูลที่จะใช้ในการวางแผน         
ง. ช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน
ตอบข้อ  ค. การวิจัยตลาดเป็นกระบวนการเก็บรวบรวม วิเคราะห์ ตีความ และรายงานข้อมูลทางการตลาดที่เกี่ยวข้องกับการขายสินค้าหรือบริการ เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในการวางแผนและการตัดสินใจทางการตลาดของผู้ผลิต อีกทั้งเป็นการช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้มากขึ้น ทั้งนี้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายสูงสุดในการทำให้สินค้าหรือบริการนั้นสามารถตอบสนองความต้องการ และสร้างความพึงพอใจแก่ลุกค้าเป้าหมายมกที่สุด

ฝึกทำข้อสอบออนไลน์ ที่ http://knjt.co.th

10. แรงจูงใจทางอารมณ์ในการซื้อสินค้าประเภทโทรศัพท์มือถือได้แก่ข้อใด
ก. ต้องการแสดงถึงสถานะทางสังคม      ข.  ต้องการเครื่องมือที่มีเทคโนโลยี
ค. ต้องการเครื่องที่มีระบบเครือข่าย      ง. ต้องการเครื่องมือที่มีอายุการใช้งานนาน
ตอบข้อ  ก.  แรงจูงใจในการซื้อสินค้ามี 2 ประการ คือ
   1. แรงจูงใจทางอารมณ์ ได้แก่ การสร้างความพอใจให้กับความรู้สึก การรักษาสถานภาพ ความภูมิใจ การแสดงถึงสถานะทางสังคม ความกลัว ความอยากรู้อยากเห็น ฯลฯ
   2. แรงจูงใจทางเหตุผล ได้แก่ ความสะดวกในการใช้ ประสิทธิภาพในการใช้งาน ความเชื่อถือได้ และความประหยัด

11. ข้อใดเป็นผู้นำทางความคิด
ก. ประชาชนทั่วไป            ข.  ผู้มีรายได้ต่ำ
ค. ผู้มีสถานะทางสังคม         ง.  ผู้มีการศึกษาต่ำ
ตอบข้อ  ค.  ผู้นำทางความคิด ( Opinion Leaders ) มักเป็นผู้มีสถานะทางสังคม มีรายได้สูงมีการศึกษาสูง มีอาชีพการงานดี ฯลฯ

12. ความเสี่ยงจากการซื้อสินค้าได้แก่ข้อใด
ก. สินค้ามีราคาสูง            ข.  การพิจารณาหาทางเลือกที่จะซื้อ
ค. ความไม่เข้าใจวิธีการซื้อ         ง. สินค้ามีอายุการใช้งานไม่นาน
ตอบข้อ  ก. ความเสี่ยงจากการซื้อสินค้า ในทัศนะของผู้บริโภค จะเกิดขึ้นในกรณีที่สินค้านั้นมีราคาสูง ทั้งนี้เพราะผู้บริโภคเห็นว่าจะมีความเสี่ยงในการสูญเสียอย่างมาก ถ้าซื้อสินค้านั้นมาแล้วไม่ตรงกับความต้องการของตนเอง ในกรณีนี้ผู้บริโภคจึงต้องการข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสินค้าให้มากที่สุด เพื่อประกอบกสนพิจารณาในขั้นของการประเมินผลก่อนตัดสินใจซื้อ

13. การวางแผนผลิตภัณฑ์ หมายถึงข้อใด
ก. การพัฒนาและจัดการผลิตภัณฑ์      ข. การกำหนดตารางเวลาการผลิตภัณฑ์
ค. การกำหนดตราสินค้า            ง. การกำหนดราคาสินค้า
ตอบข้อ  ก. การวางแผนผลิตภัณฑ์ หมายถึง การตัดสินใจอย่างเป็นระบบที่เกี่ยวข้องกับภาพรวมทั้งหมด ในการพัฒนาและการบริหารหรือจัดการผลิตภัณฑ์ของธุรกิจ ซึ่งการที่ธุรกิจมีกระบวนการวางแผนผลิตภัณฑ์ที่ดี ย่อมทำให้ธุรกิจมีโอกาสประสบความสำเร็จได้มาก กล่าวคือ ทำให้มีการพัฒนาแผนงานทางการตลาดได้อย่างเหมาะสม มีการประสานงานเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สามารถประเมินตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ได้ และทำให้มีการลดผลิตภัณฑ์ที่ไม่พึงปรารถนาได้ดีขึ้น

14. ทำไมจึงต้องมีการวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์
ก. เพื่อให้กิจการดูดีที่อยู่ในตำแหน่งที่ต้องการ         
ข.  เพื่อกำหนดขอบเขตที่แน่นอนของตลาด
ค.  เพื่อให้เข้าถึงความต้องการของตลาดและต่อสู้กับคู่แข่งขัน
ง. เพื่อลดความเสี่ยงทางธุรกิจ
ตอบข้อ  ค.  การวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ (product Positioning ) คือการกำหนดที่ตั้งของผลิตภัณฑ์นั้นภายในตลาด โดยคำนึงถึงโอกาสที่ผลิตภัณฑ์จะสามารถยืนหยัดเข้าสู่ตลาดได้โดยอาศัยจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างจากคู่แข่งขัน ทั้งนี้ การวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์จะต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เข้าถึงความต้องการของตลาดผู้บริโภคและต่อสู้กับคู่แข่งขันในตลาด โดยต้องอาศัยปัจจัยสำคัญ 3 ประการ คือ บุคลิกภาพของผลิตภัณฑ์กลุ่มเป้าหมาย และจุดขายที่เหนือกว่าคู่แข่ง

15. ข้อใดเป็นสภาวะแวดล้อมทางการตลาดในอนาคต
ก. คู่แข่งขัน               ข.  การโฆษณา
ค. การส่งเสริมการขาย         ง. การวางแผนผลิตภัณฑ์   
ตอบข้อ  ก.   ภาพรวมของการตลาดในอนาคตจะช่วยให้นักการตลาดมองปัจจัยต่างๆได้อย่างครบถ้วน เนื่องจากการตลาดในอนาคตจะได้รับอิทธิพลจากสภาวะแวดล้อมภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ ซึ่งประกอบด้วย คู่แข่งขัน รัฐบาล เศรษฐกิจ เทคโนโลยี ทรัพยากรธรรมชาติ องค์การภายนอก เหตุการณ์ของโลก และตลาดหรือผู้บริโภค โดยสภาวะแวดล้อมดังกล่าวนี้จะมีผลกระทบต้อการบริการงานทางการตลาด อันได้แก่ ส่วนประสมทางการตลาดนั่นเอง


ชีทสรุปข้อสอบ คู่มือสอบเข้าทุกหน่วยงานราชการ ข่าวงานราชการ
รวบรวมแนวข้อสอบจากสนามจริง ครบทุกเรื่องที่ใช้ออกข้อสอบ อัพเดต ตลอด ข้อสอบพร้อมเฉลย เก็งข้อสอบแม่นๆ
  > แนวข้อสอบ พร้อมเฉลย + เนื้อหาสรุปเรียบร้อย ประหยัดเวลาในการอ่าน

สนใจสั่งซื้อที่  สอบงานราชการ

Line  : testthai1

สั่งซื้อหนังสือช่องทางด่วนกดที่นี่




>>📌แนวข้อสอบมี 2 แบบ📌<<  ดูรายชื่อหนังสือเพิ่มเติมที่ สอบงานราชการ

1.สั่งซื้อแบบ 🗂ไฟล์ PDF 379.-(ส่งทางอีเมล์) 📧ได้รับภายใน /2-3 ชั่วโมง

2.สั่งซื้อแบบ 📖หนังสือ (แถมฟรี MP3 จำนวน 1 เรื่อง)  699.- (📮ส่งฟรีไปรษณีย์ EMS)ได้รับภายใน 1-3 วัน





ฝึกทำข้อสอบออนไลน์ ที่ http://knjt.co.th