สวัสดี

ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

ผู้เขียน หัวข้อ: ตัวอย่าง แนวข้อสอบนักวิชาการพาณิชย์ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ  (อ่าน 97 ครั้ง)

admin
  • Administrator
  • Jr. Member
  • *****
  • กระทู้: 85
    • ดูรายละเอียด
แนวข้อสอบนักวิชาการพาณิชย์ (อัตนัย)

(1) ถ้าเปิด AEC จะมีผลต่อกระทบต่ออุตสาหกรรมไทยและผลกระทบต่อภาคการเกษตรไทยอย่างไรบ้าง
ตอบ  ภายใต้ข้อตกลง AEC จะทำให้ไทยหันมาค้าขายกับประเทศในภูมิภาคมากขึ้นและมีการค้ากับประเทศตลาดหลักลดลง
1.      สินค้าไทยส่งออกไปอาเซียนได้มากขึ้นอันเป็นผลมาจากการขจัดอุปสรรคทางการค้าทั้งด้านภาษีและด้านที่ไม่ใช่ภาษี จากการศึกษาเรื่องประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนของศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจเพื่อการปฏิรูป ภาพรวมการค้าไทยมีผลกระทบต่อ 10 รายการหลัก ไทยจะเกินดุลการค้าในกลุ่มอาเซียนเพิ่มขึ้นเป็นมูลค่า 9,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อเทียบกับปี พ.ศ. 2551 ที่มีการเกินดุล 1,400.8 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐทั้งนี้การเกินดุลมาจากการส่งออกไทยไปอาเซียนในปี พ.ศ. 2558 จะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 50,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และสินค้าที่ทำให้ไทยส่งออกเพิ่มขึ้นและเกินดุลมากที่สุด คือ กลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วนกับกลุ่มเกษตรแปรรูป ส่วนอุตสาหกรรมบริการ ไทยจะเกินดุลในธุรกิจอุตสาหกรรมท่องเที่ยว การส่งออกและภาคบริการที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นจะช่วยให้มีการจ้างงานเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะงานทางด้านวิศกร การแพทย์และเกษตรกร
2.      ไทยจะได้ประโยชน์จากขนาดของตลาดและฐานการผลิตร่วมกัน เพราะประเทศสมาชิกในอาเซียน แต่ละประเทศมีลักษณะ ปริมาณและคุณภาพของปัจจัยการผลิต เทคโนโลยีการจัดการและการบริหารที่ต่างกัน ก่อให้เกิดการประหยัดต่อขนาดแก่ผู้ผลิตหรือผู้ประกอบการไทยได้
3.      เป็นการสร้างภาพลักษณ์ของไทยในเวทีโลกจากการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็งกับประเทศสมาชิกอาเซียน จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาคมโลกเกี่ยวกับพัฒนาการในด้านเศรษฐกิจของไทยและของภูมิภาค
4.      คนไทยจะมีสินค้าที่หลากหลายทั้งคุณภาพ รูปแบบและราคาให้เลือกซื้อได้ตามความพอใจและระดับของรายได้การเปิดเสรีด้านการค้า
ภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียนหรือ AFTA (ASEAN Free Trade Area)ซึ่งเริ่มในปี 2535 โดยมีการทยอยลดอัตราภาษีศุลกากรระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนอย่างต่อเนื่อง และในปี 2553 ประเทศอาเซียนเดิม 6 ประเทศ ได้แก่ ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และบรูไน จะต้องลดอัตราภาษีศุลกากรระหว่างกันให้เหลือ 0% ในรายการ Inclusive List ขณะที่ประเทศสมาชิกใหม่อีก 4 ประเทศ คือ กัมพูชา สปป.ลาว พม่า และเวียดนาม ต้องทยอยลดอัตราภาษีศุลกากรจนเหลือ 0% ภายในปี 2558 เป็นที่น่าสังเกตว่า การเปิดเสรีการค้าของอาเซียนทำให้สินค้าส่งออกหลายรายการของไทยได้เปรียบคู่แข่ง ในอาเซียน ขณะที่สินค้าบางรายการต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น โดยกลุ่มสินค้าส่งออกที่คาดว่าจะได้เปรียบจากการเปิดเสรีดังกล่าวมีหลายรายการ อาทิ ข้าวโพด ผลิตภัณฑ์ยาง และเฟอร์นิเจอร์ ในตลาดอินโดนีเซีย เสื้อผ้าสำเร็จรูป เฟอร์นิเจอร์ รถยนต์ในตลาดมาเลเซีย เป็นต้น ขณะที่สินค้าส่งออกบางรายการจำเป็นต้องปรับตัว รวมทั้งสินค้าเกษตรและสินค้าอุตสาหกรรม อาทิ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ผ้าผืน เม็ดพลาสติก ในตลาดอินโดนีเซีย ยางพารา ผ้าผืนในตลาดฟิลิปปินส์ เป็นต้น
ผลกระทบต่อภาคการเกษตรไทย
ประเทศไทยมีภาคการเกษตรที่ใหญ่และสำคัญ มีทรัพยากรธรรมชาติด้านการเกษตรอุดมสมบูรณ์ มีภาคการเกษตรอุตสาหกรรมที่ก้าวหน้าทันสมัย เช่น กลุ่มบริษัท ซี พี การผลิตด้านอาหารมนุษย์ อาหารสัตว์ และปัจจัยการผลิตทางการเกษตร เกษตรกรที่ก้าวหน้า และที่ล้าหลัง จะมีการปรับตัวในด้านการแข่งขัน การเคลื่อนย้ายทุนและแรงงานในระหว่างภาคการเกษตร จะเกิดขึ้นมาก  การสูญเสียที่ดิน และอุตสาหกรรมการผลิตระหว่างกันจะเกิดขึ้นมาก อุตสาหกรรมอาหาร จะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในด้านคุณภาพ ปริมาณ และราคาจะถูกลง การขนส่ง หรือโลจิสติกทางด้านการผลิตอาหาร การเกษตร และอุตสาหกรรมจะมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และพัฒนามากยิ่งขึ้น   แรงงานการเกษตรซึ่งเป็นแรงงานระดับต่าง ๆ จะมีการเคลื่อนย้าย อพยพ เช่นที่เกิดขึ้นในภาคการผลิตการเกษตรของไทย คนงานไร้ฝีมือจากประเทศเพื่อนบ้าน ลาว พม่า เขมร อพยพเข้ามาอย่างถูก และไม่ถูกกฏหมายเพื่อจ้างงานในภาคการผลิตอาหารและการเกษตรของไทย และคนงานไทยกึ่งมีฝีมือได้เคลื่อนย้ายออกไปยังมาเลย์เซีย สิงคโปร์ และนอกกลุ่มอาเซียน เช่นญี่ปุ่น เกาหลี ตะวันออกกลาง อิสราเอล ออสเตรเลีย ยุโรป และอเมริกา เป็นต้น
สินค้าเกษตรจำนวนหนึ่งจัดเป็นสินค้าในกลุ่มสินค้าอ่อนไหวในการเปิดเสรีภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยที่อัตราภาษีไม่ต้องเป็น 0% แต่ต้องไม่เกิน 5% สินค้าเกษตรส่วนใหญ่ไทยจะมีความสามารถในการแข่งขันสูงจึงควรเดินหน้าเปิดเสรีเต็มที่ มีสินค้าเกษตรบางประเภท เช่น กาแฟ มันฝรั่ง มะพร้าวแห้ง ไม้ตัดดอก เป็นต้น ที่เราควรยังมีอัตราภาษี 5% เพื่อปกป้องกิจการผู้ผลิตและควรทะยอยปรับลดภาษีในอนาคตเมื่อเกษตรผู้ผลิตปรับตัวรับการแข่งขันได้ดีขึ้น

ฝึกทำข้อสอบออนไลน์ ที่ http://knjt.co.th

(2) ถ้าคุณเป็นนักวิชาการพาณิชย์ คุณจะให้ข้อเสนอแนะเพื่อการปรับตัวของผู้ประกอบการไทย
อย่างไรถึงจะแข่งขันกับ AEC ได้
ตอบ ข้อเสนอแนะเพื่อการปรับตัวของผู้ประกอบการไทย
1.  ปรับปรุงและพัฒนาสินค้าให้มีมาตรการสินค้าสูงขึ้น  เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม  เข้าถึงผู้บริโภคของอาเซียน
2.  บริหารจัดการการผลิตบนพื้นฐานของต้นทุนการผลิตที่ลดลง
3.  สร้างและใช้ประโยชน์จาก  Regional Supply  Chain : หาพันธมิตรและเครือข่ายทั้งต้นน้ำและปลายน้ำใน ตลาดอาเซียนเพื่อร่วมกันลดต้นทุนการผลิตและเข้าถึงผู้บริโภค
4.  พัฒนาบุคลากรให้มีความพร้อมในการแข่งขัน
5.  เรียนภาษาประเทศเพื่อนบ้านอย่างน้อย  1  ภาษา
6.  ให้ภาคเอกชนใช้ประโยชน์จาก พ.ร.บ.  มาตรการปกป้องจากการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น  2550  และความ ตกลงอาฟตามาตรา 6 ข้อ 1 มาตรการฉุกเฉิน  สามารถระงับสิทธิภายในกรอบและระยะเวลาเท่าที่จำเป็นได้

ฝึกทำข้อสอบออนไลน์ ที่ http://knjt.co.th

(3) ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นจาก 30.45 มาเป็น 29.00 มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างไรบ้าง
ตอบ  ผลสะท้อนของเงินบาทแข็งค่า
           การแข็งค่าของเงินบาทในช่วงที่ผ่านมานี้ ส่วนหนึ่งน่าจะสะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆในภูมิภาค ทั้งนี้ ในวัฏจักรเศรษฐกิจขาขึ้นนั้น การแข็งค่าของเงินบาทน่าจะถือได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ที่ปรกติ
           โดยค่าเงินที่แข็งขึ้น จะช่วยลดความร้อนแรงของการขยายตัวทางเศรษฐกิจ รวมทั้งช่วยให้รักษาเสถียรภาพของอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยในประเทศ แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทางการจะต้องดูแลคือ การป้องกันมิให้ค่าเงินแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วเกินไป จนทำให้เกิดการเก็งกำไรทั้งในตลาดอัตราแลกเปลี่ยนและในตลาดทุน (เช่น หากนักลงทุนต่างชาติคาดว่า ทั้งเงินบาทและดัชนีหุ้นไทยจะยังปรับตัวขึ้นได้อีก ก็อาจจะนำเงินลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาเพิ่มขึ้น ซึ่งก็จะทำให้ทั้งค่าเงินและดัชนีหุ้นปรับตัวสูงขึ้นไปอีกอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อมีข่าวหรือปัจจัยลบมากระทบ หรือเมื่อเกิดการขายทำกำไร นักลงทุนก็อาจจะตื่นตระหนกและเทขายทั้งหุ้นและเงินบาทออกมาอย่างรวดเร็ว จนนำมาสู่ความผันผวนอย่างรุนแรงได้)
           ดังนั้น แม้ว่าการแข็งค่าของเงินบาท จะถือได้ว่าเป็นสันญาณบวกสำคัญอย่างหนึ่งของเศรษฐกิจ ที่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่สดใสของนักลงทุน แต่การรักษาเสถียรภาพของค่าเงินมิให้ปรับตัวรวดเร็วเกินไปก็ยังคงเป็นสิ่งที่เหมาะสม เนื่องจากหากปล่อยไว้ก็อาจนำมาสู่การเก็งกำไรและภาวะฟองสบู่ที่ขาดเสถียรภาพได้
เงินบาทแข็งค่า มีผลดีและผลเสียต่อผู้ประกอบการอย่างไร
กรณีผู้ส่งออก
           ผลเสีย คือ ขาดทุน หรือขาดทุนกำไร ยกตัวอย่างเช่น คุณต้องการส่งออกปากกา 1 แท่ง ในราคาแท่งละ 35 บาท ซึ่งเมื่อเทียบเป็นเงินดอลล่าห์ ในขณะคำนวณจะเท่ากับ 1 ดอลล่าห์ ก็คือ คุณจะขายปากกาแท่งนั้นในราคา 1 ดอลล่าห์ (สมมติว่าเป็น CIF คือราคารวมประกันและขนส่งแล้ว) กำหนดการชำระเงิน 90 วัน ดังนั้น หลังจากที่คุณส่งปากกาออกไปในราคา 1 เหรียญดอลล่าห์วันนี้ อีก 90 วันถัดมา หลังจากคุณได้รับชำระเงินมา 1 เหรียญ แต่ดอลร่าห์อ่อน บาทแข็งอยู่ที่ 32 บาทต่อดอลล่าห์ เท่ากับคุณได้รับเงินค่าปากกาในราคา 32 บาทต่อด้ามเท่านั้นเอง ขาดทุนเห็น ๆ 3 บาท ถ้าคุณส่งออกไปมูลค่า 1 แสนเหรียญ คุณจะขาดทุนเห็น ๆ 3 แสนบาท
กรณีผู้นำเข้า
           ก็จะกลับกันกับด้านผู้ส่งออก คือ คุณจะได้กำไรจากการนำเข้าแทน คือคุณจะใช้เงินบาทน้อยลงในการแลกเปลี่ยนเป็นดอลล่าห์เพื่อชำระค่าสินค้า หรือเครื่องจักรที่นำเข้าจากต่างประเทศ
           ซึ่งทั้งสองกรณีมีผลต่อต้นทุนการประกอบการ และหากคุณเป็นผู้ส่งออกและต้องการป้องกันความเสี่ยงดังกล่าว ก็อาจจะทำได้ หลายวิธีเช่น ซื้อ Option ทำ forward หรือแม้แต่การการซื้อขายเป็นเงินบาท แต่ข้อดีข้อเสียคงต้องปรึกษา exim bank
ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการแก้ปัญหาค่าเงินบาทแข็งค่า
1. ลดดอกเบี้ยลงสัก 1.0 ถึง 1.5 เปอร์เซ็นต์ โดยการลดดอกเบี้ยนโยบายและควรจะลดทีเดียวไม่ควรจะลดทีละ 0.25 เปอร์เซ็นต์ เพราะการค่อยๆ ลดจะทำให้ไม่เกิดผล และเกิดการคาดการณ์ต่อไปและต้องใช้เวลานานกว่าจะถึงอัตราเป้าหมาย เหตุการณ์ก็เปลี่ยนไปอีกแล้ว
2. พร้อมๆ กับการลดดอกเบี้ย ทางการก็เข้าแทรกแซงตลาด และต้องทำให้พอจนเงินบาทอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ถ้าทำครึ่งๆ กลางๆ เงินบาทแข็งต่อไป ธปท.ก็จะขาดทุน ถ้าทำจนบาทอ่อนตัวลงได้ ธปท.ก็จะกำไร ถ้าอ่อนตัวลงได้ถึง 38 บาทต่อดอลลาร์ ก็จะล้างขาดทุนเก่าออกได้หมด
3. การออกพันธบัตร เมื่อออกมาแทรกแซงตลาด เงินบาทในตลาดก็จะเพิ่มขึ้นมากเกิน ธปท.ก็ดูดซับเงินบาทกลับไปโดย ถ้าดอกเบี้ยเงินบาทต่ำ กว่าดอกเบี้ยดอลลาร์ ธปท.ก็ไม่ขาดทุน ดอกเบี้ยเท่ากัน ธปท.เปลี่ยนดอลลาร์ในทุนสำรองเป็นพันธบัตรซึ่งตลาดยังรับได้ แล้วถ้าตลาดพันธบัตรเกิดขึ้นได้ ก็จะเป็นผลดีกับการพัฒนาการลงทุนอีกโสตหนึ่งด้วยการลดดอกเบี้ยอย่างแรงคงจะทำให้ราคาพันธบัตรในท้องตลาดที่มีอยู่แล้วขึ้นราคา แต่ก็ไม่น่าเป็นห่วงการดำเนินการดังกล่าวไม่น่าจะพาบ้านเมืองเข้าไปเสี่ยงกับอะไร เพราะเป็นการซื้อดอลลาร์ เอามาเก็บไว้ ทำให้ทุนสำรองเพิ่ม
4. จัดการบริหารหนี้ต่างประเทศของภาครัฐ อันได้แก่หนี้ของรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ โดยออกพันธบัตรเอาเงินบาท ใช้เงินบาทซื้อเงินดอลลาร์แล้วไปใช้หนี้คืนก่อนกำหนดอย่างน้อยสักครึ่งหนึ่ง
5. ในส่วนของเอกชน ถ้าผ่อนคลายกฎของ ธปท.ที่จะทำให้ภาคเอกชนสามารถยืมเงินบาทจากธนาคารพาณิชย์ไปใช้คืนหนี้ดอลลาร์ได้ เพราะหนี้เงินต่างประเทศเป็นหนี้ของเอกชนเสียตั้งกว่า 4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ถ้า ธปท.ผ่อนคลายได้ เอกชนคงรีบเปลี่ยนหนี้ดอลลลาร์มาเป็นหนี้เงินบาทแทน เพราะจะได้กำไร เพราะตอนได้มาเงินบาทมีราคากว่า 40 บาทต่อเหรียญ ถ้าคืนหนี้ตอนนี้เงินบาทมีราคา 33 บาทต่อเหรียญ เป็นการช่วยธุรกิจเอกชนด้วย ส่วนธนาคารพาณิชย์ให้สามารถปล่อยเงินที่เหลือกองอยู่ในธนาคารด้วย เพราะ สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ขณะนี้มีอยู่เพียง 85 เปอร์เซ็นต์ของยอดเงินฝากเท่านั้น ที่เอกชนถูกบังคับให้ไปกู้ต่างประเทศ เพราะกฎ ธปท.ที่ให้นับสินเชื่อของบริษัทในกลุ่มเดียวกันเป็นสินเชื่อที่ต้องจำกัดปริมาณเพื่อความมั่นคงของธนาคาร ให้สินเชื่อไม่กระจุกตัวในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมากจนเกินไป
6. สุดท้ายเร่งโครงการพัฒนาต่างๆ ให้เร็วขึ้น โดยใช้เงินกู้เป็นเงินบาทในประเทศให้มากขึ้น แม้จะไม่เกิดผลทันที แต่ก็น่าจะมีผลทางจิตวิทยาว่า ประเทศยังต้องใช้เงินดอลลาร์อย่างมาก ที่สำคัญนโยบายให้คนไทยเก็บเงินดอลลาร์ได้ ให้เอาเงินออกไปซื้อหุ้นเมืองนอกได้ ไม่ควรทำตอนนี้ ไม่มีผล เพราะผู้คนกำลังคาดการณ์ว่า เงินบาทกำลังจะแข็งต่อไป มีแต่คนอยากเก็บเงินบาท จะมีผลก็ตอนที่คนคาดว่าเงินบาทจะอ่อน คนก็จะเปลี่ยนเงินบาทเป็นดอลลาร์ ถึงตอนนั้นก็จะกลายเป็นปัญหาอีก ต้องสั่งยกเลิกอีก กลายเป็นตัวทำให้บาทไม่มีเสถียรภาพมากขึ้นในอนาคต ถึงตอนสถานการณ์พลิกกลับอาจจะมีปัญหาได้


ชีทสรุปข้อสอบ คู่มือสอบเข้าทุกหน่วยงานราชการ ข่าวงานราชการ
รวบรวมแนวข้อสอบจากสนามจริง ครบทุกเรื่องที่ใช้ออกข้อสอบ อัพเดต ตลอด ข้อสอบพร้อมเฉลย เก็งข้อสอบแม่นๆ
  > แนวข้อสอบ พร้อมเฉลย + เนื้อหาสรุปเรียบร้อย ประหยัดเวลาในการอ่าน

สนใจสั่งซื้อที่  สอบงานราชการ

Line  : testthai1

สั่งซื้อหนังสือช่องทางด่วนกดที่นี่




>>📌แนวข้อสอบมี 2 แบบ📌<<  ดูรายชื่อหนังสือเพิ่มเติมที่ สอบงานราชการ

1.สั่งซื้อแบบ 🗂ไฟล์ PDF 379.-(ส่งทางอีเมล์) 📧ได้รับภายใน /2-3 ชั่วโมง

2.สั่งซื้อแบบ 📖หนังสือ (แถมฟรี MP3 จำนวน 1 เรื่อง)  699.- (📮ส่งฟรีไปรษณีย์ EMS)ได้รับภายใน 1-3 วัน





ฝึกทำข้อสอบออนไลน์ ที่ http://knjt.co.th